[OS] RAIN (Ae x Tom)

Title : ‘ RAIN’
Pairing : Ae x Tom (Jirakorn x Isara)
Author : NJ H o N ö

Ps. ฟังเพลงคิดถึงที่ทั้งคู่ร้องไปด้วยวนไปจะได้ฟิลที่ดีค่ะ
ช่วงประมาณ 4 นาทีของเพลงเป็นต้นไป วนลูบตรงนั้นไปเลย(..)

**เนื้อหาในนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครที่ได้นำมาอ้างอิง**

 

“คนเดียวที่..คิดถึง
ที่รักใจเธอคิดอะไร..

คิดถึงฉันหรือเปล่า..
ว่านอนหนาว..หัวใจ

อย่าทิ้งฉันไว้..คนเดียว…”

ผมนอนฟังเพลง ‘คิดถึง’ ที่ผมได้ร้องคู่กับหน้ากากอีกาดำอยู่คนเดียวบนห้องพัก

วันนี้วงของผมมีขึ้นคอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัดในช่วงดึก
ดูเหมือนว่ามนกับพี่โอจะลงไปหาอะไรกินกับพวกมือเบสมือกลองในวง

..ก็ดี เงียบดี

ตอนนี้บรรยากาศเริ่มอึ้มครึมเหมือนฝนใกล้จะตก.. ยิ่งผมฟังเพลงนี้ ผมยิ่งนึกถึงช่วงเวลาที่ร้องเพลงนี้กับเขาบนเวที

..เอ๊ะ จิรากร

รุ่นพี่ที่อารมณ์ดีและมักจะชอบเล่นมุกตลกตลอดเวลา
ผมไม่เคยคิดเลยว่า คนๆนี้จะเปลี่ยนโฉมเป็นหนุ่มมาดเท่ ลึกลับแบบอีกาดำได้..

แต่ช่วงหลังๆมานี้ที่ผมได้ลองไปนั่งฟังเสียงของอีกาดำจากคลิปย้อนหลังก็ทำให้ผมเริ่มมั่นใจว่าคือเขา

และแน่นอน..ผมคิดว่าเขาคงรู้มาสักพักแล้ว ว่าผมคือหน้ากากทุเรียน

การแข่งขันจบลงไปแล้ว
และบทบาทที่ผมเป็นหน้ากากทุเรียนก็ใกล้จะจบลงไปด้วย..

เสียงเม็ดฝนกระทบกับระเบียงห้องสร้างความรำคาญใจให้ผมไม่น้อย
..เมื่อก่อนผมชอบบรรยากาศแบบนี้นะ ผมชอบเสียงฝน ผมชอบทุกๆอย่าง

แต่ตอนนี้..ทำไมหัวใจของผมถึงรู้สึกเหงาแบบนี้…?

“..คิดถึงเธอแทบใจจะขาด..”

เสียงเพลงคิดถึงยังคงดังอยู่ตลอดเวลา.. และแน่นอนว่า ผมชอบเพลงนี้นะ..
ผมชอบเสียงของคนที่ร้องกับผม…

ผมยังจำทุกอย่างตอนอยู่บนเวทีได้
หลังจากที่เวทีมีน้ำไหลลงมาราวกับสายฝนที่เทกระหน่ำ เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ตอนนั้นผมแปลกใจ..แต่ก็มีความสุข
..ผมไม่อยากแข่งกับเขา
เลือกได้ผมก็อยากเป็นฝ่ายที่จะแพ้เขา…

สุดท้ายผมก็ประคองสติจนร้องเพลงนี้จบ…

มีคำถามบางอย่างที่ผมยังค้างคาใจอยู่
ในช่วงที่เราสองคนจับมือกันตอนท้าย..ผมเหมือนได้ยินเขาพูดอะไรบางอย่างกับผม..

.
.

“ผมตกหลุมรักเสียงของคุณ”

ผมพูดประโยคนี้กับเจ้าของหน้ากากราชาผลไม้ตอนที่อยู่บนเวที

..จริงๆผมก็ไม่ค่อยมั่นใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะได้ยินไหม แต่นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะพูดออกไป..เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายที่เราได้แข่งกัน

ผมคือเอ๊ะ จิรากร
หรือหน้ากากอีกาดำที่หลายๆคนในประเทศไทยรู้จัก

เพลงคิดถึงเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ผมชอบมากๆ

เพราะเพลงนี้ผมได้ร้องคู่กับหน้ากากทุเรียน เจ้าของเสียงที่ทำให้ผมตกหลุมรัก..

มันจะดูแปลกไปไหม? ถ้าผมจะบอกว่า เพลงนี้ผมส่งความรู้สึกให้ทางนั้นมากกว่าแฟนๆรายการ..

ไม่รู้สิ..ผมรู้สึกใจหายเมื่อรู้ว่าการแข่งขันใกล้จบแล้ว..ผมยังอยากร้องเพลงกับเขาอยู่

หลายครั้งที่ผมเข้าไปชวนคุย
แต่อีกฝ่ายไม่พูดอะไรกลับมาเลย
…..ก็เข้าใจว่าโกหกไม่เก่ง แต่จะใจร้ายกันเกินไปรึเปล่า..?

ผมคิดว่าเขาคือหนึ่งในสมาชิกวง Room39

..ทอม อิศรา

ผมกับเขาเคยร่วมทานอาหารกันบ่อยๆ ก็มีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่งนั่นแหละ..ครั้งแรกที่ได้ยินเสียง ผมก็จำได้

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมต้องพยายามฝึกซ้อมเพลง..เพื่อจะได้มีโอกาสได้ร้องเพลงกับเขา

วันนี้ผมขับรถมาในต่างจังหวัดเพื่อจะมาทำธุระ และแน่นอนว่าสภาพอากาศตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ผมเปิดประตูรถและกางร่มสีดำ ใช้มือข้างที่ว่างหยิบข้าวของสำคัญออกมาด้วยก่อนจะล็อครถ

พอเห็นฝนตกลงมาแบบนี้..ก็นึกถึงบรรยากาศบนเวที The Mask Singer

มันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆของผม..

“อยากจะพบเธอ..คนเดียว”

เสียงเพลงดังลอยมาตามลม.. ถึงจะมีเสียงฝนแทรกมาก แต่ผมกับได้ยินมันชัดเจน..

เป็นเสียงเดียวกันจากวีดีโอย้อนหลัง แต่มันต่างออกไป..

เสียงของคนคนนั้น..

ผมหันไปตามเสียงที่ได้ยิน..
หน้าต่างระเบียงชั้นสองของหอพัก…

เจ้าของแว่นสีดำกับทรงผมอันคุ้นตากำลังขยับปากร้องเพลงอยู่

..ใช่
เขานั่นแหละ

“คิดถึงเธอแทบใจจะขาด..
อยากให้เธอกลับมาสักที..”

ผมเปล่งเสียงออกมาตามจังหวะเพลงที่คลอมาเบาๆตามลม คนที่อยู่ชั้นสองหันลงมามองที่ผมด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย

“คิดถึงเธอทุกวินาที..
อยากจะพบเธอ…คนเดียว”

“คิดถึงเธอแทบใจจะขาด… อยากให้เธอกลับมาสักที..” เขาร้องต่อจากผมเหมือนครั้งตอนที่อยู่บนเวที..

“คิดถึงเธอทุก..วินาที..
อยากจะพบเธอ… อยากจะพบเธอ”

“อยากจะพบเธอ….”

“คนเดียว..”

บทเพลงของเราทั้งสองคนดังขึ้นกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ ความรู้สึกหลายๆอย่างถูกถ่ายทอดมาในเนื้อเพลง

ตอนนี้… ..เหมือนบนเวทีเลยนะ

“..คนเดียวที่..คิดถึง
ที่รักใจเธอคิดอะไร..”

“คิดถึงฉันหรือเปล่า..
ว่านอนหนาว..หัวใจ”

“อย่าทิ้งฉันไว้….”

“คนเดียว…”

ผมยิ้มให้เขา และเขาก็ยิ้มกลับมาให้ผม
.
.

การเจอกันอีกครั้ง
“..โดยสายฝน”

 

[OS] SOUND #อีกากินทุเรียน

17425040_719338338247095_5593222176526069993_n

Title : ‘ SOUND ’
Pairing : Crow x Durian | #อีกากินทุเรียน #มัธยมหน้ากาก
Author : NJ H o N ö

Ps. รีฟิคที่เคยลงในเฟสบุ๊คค่ะ


 

“มัธยมหน้ากาก”
สถานศึกษาที่น้อยคนนักจะได้เข้ามาสัมผัส ..เพราะโรงเรียนแห่งนี้มีกฏที่ไม่เหมือนโรงเรียนไหนๆ นั่นก็คือ…

นักเรียนทุกคนจะต้องใส่หน้ากาก และใช้ชื่อหน้ากากแทนชื่อของตนเอง..และแน่นอนว่า ไม่ว่าคุณจะใหญ่มาจากไหน จะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร หากมาอยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้
สิทธิ..เท่าเทียมกันหมด

ปีนี้เป็นปีแรกที่โรงเรียนได้ก่อตั้งขึ้น จึงทำให้นักเรียนรุ่นแรกมีแต่นักเรียนรับชั้นมัธยมปลาย ง่ายๆคือเริ่มที่ ม.4

ห้องเรียนแบ่งออกเป็น 4 สายตามระดับความสามารถ..ถึงจริงๆแล้วความสามารถของคนในแต่ละห้องอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่แน่นอน ทุกห้องจะมีตัวท๊อป หรือหัวหน้าห้องที่ความสามารถดีที่สุด

และนี่คือเรื่องราวของมัธยมหน้ากาก….
.
.
.

‘ งานนิทรรศการ มัธยมหน้ากาก ’

ตัวอักษรที่ตกแต่งด้วยสีสันแสดงถึงชื่องานที่ถูกจัดไว้บนเวที แน่นอนว่านี่คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนภายใต้หน้ากากได้รู้จักกันมากขึ้น

หลังจากที่เทอมแรกได้ผ่านการเรียนช่วงทฤษฎีมามากโข ดังนั้น คุณครูเลยจัดกิจกรรมให้นักเรียน
แน่นอนว่ามีเด็กๆจากโรงเรียนอื่นเข้ามาเยี่ยมชมทำกิจกรรมด้วย

“ทุเรียน” คุณครูประจำชั้นห้อง A เอ่ยปากเรียกเจ้าของเสื้อคลุมสีเขียว คนถูกเรียกหันกลับมาขานรับ

“มีอะไรหรอครับครูกันต์” เด็กหนุ่มเจ้าของหน้ากากราชาผลไม้ทำหน้าฉงน

“ช่วยเอานี่ไปให้ครูหนึ่งที” ว่าแล้วคนที่เป็นครูก็ส่งแฟ้มเก็บโน้ตดนตรีให้คนตัวเล็กกว่า อีกฝ่ายยื่นมือมารับแบบไม่มีทีท่าปฏิเสธ

“ครูหนึ่งเขาน่าจะลืมไว้น่ะ เห็นช่วงบ่ายจะมีคอนเสิร์ตด้วย ยังไงก็ฝากไปให้ครูเขาด้วยนะ” ครูกันต์ตบไหล่หน้ากากทุเรียนเบาๆก็เดินไปจัดงานอีกทาง

หน้ากากทุเรียนเดินไปยังจุดที่คิดว่าครูหนึ่งน่าจะอยู่ แต่แล้วก็ไม่เจอ ทางเลือกสุดท้ายคือการไปหาที่โซนกิจกรรมห้อง B เพราะครูหนึ่งเป็นครูประจำชั้นของห้องนี้… ห้องที่มีคนที่เขาหมั่นไส้ที่สุด

หน้ากากอีกาดำ!

ทันทีที่หน้ากากทุเรียนเดินไปถึงโซนกิจกรรม B เสียงเคาะหม้อไห้กะละมังก็หยุดลง พร้อมกับทุกสายตาที่จับจ้องมาที่หัวหน้าห้อง A

“ครูหนึ่งไม่อยู่หรอ”

“ไม่อยู่หรอกนะจ๊ะ มีอะไรฝากไว้กับหัวหน้าห้องสิ” รองหัวหน้าห้องอย่างหน้ากากหมูป่าชี้มือไปทางเจ้าของเสื้อคลุมขนนกสีดำที่กำลังตั้งใจกับศึกหมากฮอสอยู่

“งั้นฝากเธอไว้ได้ไหม เราไม่อยากรบกวน” ไม่อยากคุยกับหมอนั่นต่างหาก!

“ได้สิ! ว่าแต่ไม่สนใจมาเล่นเกมหรอจ๊ะ?”

“ม ไม่เป็นไร เรามีงานที่ต้องทำ ไปก่อนนะ” ว่าแล้วเจ้าของเสื้อคลุมสีเขียวก็วิ่งหายไปอีกทาง

จริงๆแล้วหน้ากากอีกาดำเหลือบมองอยู่ตลอดนั่นแหละ เพราะอยู่ใต้หน้ากากเลยไม่ค่อยมีใครจับสังเกตได้ แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะตัวเองก็พอรู้อยู่ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบขี้หน้าตนสักเท่าไหร่ แล้วเขาก็ไม่ค่อยชอบกวนอวัยวะส่วนร่างของใครด้วย

มั้งนะ?

“อ่ะนี่ รู้นะว่าได้ยิน” แต่ก็มีคนคนนึงที่จับสังเกตได้เสมอ..รองหัวหน้าห้อง

“อืม” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินหมากฮอสต่อ

“แกไปทำอะไรให้ทุเรียนปะ ทำไมเหมือนเขาไม่ชอบหน้าแกอะ” ด้วยความสงสัยหน้ากากหมูป่าจึงถามออกไป

ยึดคติที่ว่า
อยากรู้ก็ถามแม่งเลย!

“ไม่รู้” เขาไม่รู้จริงๆนั่นแหละ ส่วนตัวก็ไม่เคยทำอะไรแย่ๆใส่นะ..

“หรือว่า…!”

“ทุเรียนจะชอบแก?” รองหัวหน้าห้องก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของหัวหน้าห้อง B คนฟังได้ยินแบบนั้นสติก็หลุดกระเจิง

“เธอบ้าไปแล้วหรอ..” หน้ากากอีกาดำตอบด้วยเสียงที่เรียบนิ่งเช่นเคย ถึงแม้มือจะสั่นเล็กน้อยก็เถอะ

“เอ้า! สัญชาตญาณผู้หญิงไงยะ!”

..แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายนะยัยบ๊อง

“ยอมแพ้ครับ ผมไม่ไหวแล้ว” เด็กจากโรงเรียนอื่นที่นั่งเล่นหมากฮอสกับหน้ากากอีกาดำลุกขึ้นยืนแลเวโค้งคำนับ เขาสู้ไม่ไหวจริงๆ อยากไปทำอย่างอื่นแล้ว..

“ขอบคุณที่มาเล่นด้วยกันครับ” หน้ากากอีกาดำตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆเช่นเคยก่อนจะลุกขึ้นยืนบ้าง หยิบแฟ้มมาถือไว้ในมือก่อนจะเดินออกจากโซนจัดกิจกรรม

.
.
.

ช่วงบ่ายจะมีการร้องเพลงเพื่อแสดงความสามารถของหัวหน้าและรองหัวหน้าในแต่ละห้อง
ทำให้บริเวณหน้าเวทีเป็นจุดรวมพลที่ดีที่สุด

เสียงร้องของสองหน้ากากบนเวทีสะกดทุกคนไม่ให้ละสายตาไปไหนจากพวกเขา

“ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป”
“โดยไม่รู้จัก..เธอ” การแสดงของม.4 ห้อง A จบลงด้วยภาพที่หัวหน้าห้องและหัวหน้ารองจับมือกัน ซึ่งใครๆที่ได้เห็นก็คงรู้สึกว่าสองคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นแฟนกันสุดๆ ..แต่จริงๆแล้วก็แค่เพื่อนกันเฉยๆ

สำหรับทุเรียนอ่ะนะ..

“จบไปแล้วนะครับสำหรับเพลงไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอโดยตัวแทนของห้อง A หน้ากากทุเรียนและหน้ากากโพนี่!” เสียงของคุณครูประจำชั้นห้อง A ผู้รับหน้าที่พิธีกรเอ่ยขึ้น ก่อนจะพูดโยงไปการแสดงต่อไป

“หลุดจากบรรยากาศโรแมนติกส์แล้วไปมันส์กันเลยดีกว่ากับห้อง B!”

เสียงเพลงบรรเลงขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือ ทำนองเปียโนเบาๆที่เปิดขึ้นสร้างความแปลกใจให้กับผู้ฟังอย่างมาก..จะมันส์ได้ยังไงกันนะ?

เป็นเวลาประมาณ หนึ่งนาทีกว่าที่รองหัวหน้าห้อง B ร้องด้วยเสียงนิ่มๆคลอกับเปียโนเบาๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าที่แทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างที่สวมเสื้อคลุมขนนกสีดำ

เสียงของเจ้าตัวแตกต่างจากอีกฝ่ายที่ร้องคู่อยู่บนเวที..แต่มันกับลงตัวกันอย่างไม่น่าเชื่อ

หน้ากากทุเรียนนั่งอยู่ข้างหน้าเวที
เขามองการแสดงนี้ตาไม่กระพริบ
..เกลียดขี้หน้าฝ่ายนั้นแทบตาย แต่เวลาที่หมอนั่นขึ้นเวทีกับมีเสน่ห์ขึ้นมาซะได้…

อะไรกันเนี่ย.. ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงแบบนี้.. เรานั่งใกล้ลำโพงไปหรอ..?

เหมือนคนบนเวทีจะรับรู้ถึงสายตาที่ส่งมา ถึงจะมีหน้ากากปิดบัง แต่เขาก็รู้ได้..
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม..

สิ่งทีทำได้ในตอนนี้ก็คือการมองกลับไป

..เหมือนสายตาจะสบกันโดยบังเอิญในภายใต้หน้ากากทั้งสอง

“โพนี่ เราไปหาอะไรกินนะ” ทุเรียนลุกขึ้นทันทีแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้รองหัวหน้าสาวสวยแสนน่ารักถึงกับเกาหัวแกรกๆด้วยความมึนงง

อะไรของเขา..เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย

“จบไปแล้วสำหรับเพลงความเชื่อ ห้อง B! หน้ากากอีกาดำ หน้ากากหมู่ป่า! ต่อไป……….”

หน้ากากทุเรียนมานั่งหลบผู้คนในโซนกิจกรรมของห้องตัวเอง ..ตอนนี้คนไม่ค่อยมีหรอก เพราะไปนั่งฟังเพลงกันหมดแล้ว

“รู้สึกไม่ดีเลย..” หากถอดหน้ากากออกมาได้ก็คงพบกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ… ไม่อยากปฏิเสธตัวเองเท่าไหร่หรอก..ว่าเวลาอยู่ใกล้หรือได้สบตากันเมื่อไหร่ต้องรู้สึกแบบนี้เสมอ..
แล้วเมื่อกี้ก็เหมือนสบตากันแปลกๆด้วย…

ให้ตายสิหน้ากากทุเรียน!

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้” เจ้าของเสียงเรียบอันคุ้นหูเอ่ยขึ้นจนทำให้เจ้าของเสื้อคลุมสีเขียวสะดุ้งโหยง ก่อนจะตั้งสติแล้วถอยห่าง

“โตแล้วผมจะไปไหนก็ได้”

“เดี๋ยว” พอเจ้าของหน้ากากผลไม้ทำท่าจะลุกหนี มือหนาก็จับมืออีกคนไว้ได้ทัน

“นั่งคุยกันก่อน”

“เพื่อ?” หน้ากากทุเรียนอยากออกไปจากตรงนี้! ช่วยด้วย!

“ถามจริงๆ..เกลียดอะไรฉันรึเปล่า?” หน้ากากอีกาดำยังคงจับมืออีกฝ่ายไว้แน่นเพราะกลัวจะหนีไปได้อีก

“ก.. ก็เปล่า” ทุเรียนตอบด้วยเสียงเบาๆ

…ไม่ได้เกลียด แต่ก็ไม่ได้ชอบขี้หน้า…
เพราะชอบมาทำให้ร่างกายผิดปกติเสมอ

“แล้วทำไมพยายามหลบหน้า?”

โว้ย!! ทำไมผมต้องมาตอบคำถามอะไรแบบนี้ด้วย!

“ไม่เผือก” ว่าแล้วก็ยื้มคำพูดเพื่อนสนิทมาใช้หน้าด้านๆเลยละกัน

“ปล่อยครับ จะไปดูเพื่อนร้องเพลง” เจ้าของเสื้อคลุมสีเขียวสบัดมือออก ก่อนจะเดินไป

ทิ้งไว้เพียงอีกาดำที่นั่งมองคนที่เดินจากไปแบบมีคำถามในใจมากมาย

..พิลึกคน

.
.
.

และนี่คือช่วงเวลาที่รอคอย
ช่วงที่สายแดนซ์ขาโจ๋หลายๆคนรอ นั่นก็คือช่วงปาร์ตี้!

เต้นกันได้ตามสบาย เพราะคุณครูจะแยกย้ายกันไปเก็บบูธของตนเอง

บริเวณเก้าอี้ของห้อง D มีหน้ากากจิงโจ้ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องกำลังยืนเต้นอยู่ พร้อมกับหน้ากากนักรบที่ถือขวดน้ำที่จริงๆแล้วมีแอลกอฮอล์อยู่ในนั้น

ถึงครูไม่ให้ซื้อดื่ม ผมก็เตรียมมาเองไง!

และแน่นอนว่าขวดนั้นสามารถวนไปได้ทั่วระดับชั้น..จนมาหยุดอยู่ที่หน้ากากทุเรียน

“ไม่เอา” เขาปฏิเสธ

“น่าๆ นิดนึงน๊ะว์” หน้ากากนักรบทำเสียงอ้อนวอน

ชื่อเสียงของหน้ากากทุเรียนโด่งดังมาก..ไม่ใช่แค่เรื่องการร้อง ยังมีอีกเรื่องก็คือ หากเขาเมา วิญญาณนักเต้นจะมาเข้าสิง..ซึ่งหลายๆคนก็อยากเห็นเป็นบุญตาจนต้องช่วยกันจับกรอก

ซึ่งดูเหมือนว่า1/4ของขวดจะไหลลงคอไปแล้ว..

“เพลงมา!” หน้ากากจิงโจ้ที่ยืนเต้นอยู่ดีดนิ้วดังเป๊าะ ก่อนที่จะมีจังหวะเพลง Happy ดังขึ้น

ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นเต้น เพื่อนๆในห้อง A ต่างทยอยเดินออกไปจากบริเวณที่ทุเรียนนั่งอยู่… ไม่อยากเห็นสภาพหัวหน้าห้องของตัวเองแล้วจำจนติดตา…

จังหวะดนตรีดังขึ้นตามด้วยหน้ากากจิงโจ้แหละหลายๆคนช่วยกันร้อง

‘Because I’m happy~~’

‘Clap along if you feel like a room without a roof!’

จุดนี้หน้ากากทุเรียนได้ลุกขึ้นมาแล้ว..ขาทั้งสองข้างขยับตามจังหวะ พร้อมกับมือที่ขยับไปมาด้วยเช่นกัน

ทุกคนบริเวณนั้นยกมือขึ้นปรบมือดังๆ ไม่อยากจะเชื่อว่านักเรียนดีเด่นจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย

หน้ากากอีกาดำที่นั่งอยู่แถวๆนั้นหัวเราะเบาๆ รู้สึกตลกกับความน่ารักของเจ้าของหน้ากากผลไม้
..เพิ่งเคยเห็นเลยนะเนี่ย

เขาไม่ใช่ขาแดนซ์เท่าไหร่ จึงไม่ได้ไปร่วมวงแบบพวกหน้ากาหหมูป่า เพราะรองเท้าที่ใส่เคลื่อนไหวยากลำบากมากๆ..แต่นี่ก็เพื่อความน่าเกรงขามของ(ส่วนสูง)เขาเอง

จังหวะเพลงดังวนไปเรื่อยๆจนกระทั่งในที่สุดคนที่กำลังเมาแอ๋ลงไปนั่งที่พื้น ..คนอื่นๆไม่ค่อยสังเกตเท่าไหร่หรอกเพราะกำลังมันส์กันอยู่

ผิดกับหน้ากากอีกาดำที่เห็นทุกอย่าง เพราะกำลังมองอย่างสนใจยังไงล่ะ

ดีที่หน้ากากทุเรียนยืนเต้นอยู่แถวหลังๆ..

เจ้าตัวเลยอาศัยจังหวะนี้เดินเข้าไปดึงตัวอีกคนออกมาก่อนจะถูกเหยียบตาย

“Bring me down
Can’t nothing
Bring me down …….”

เสียงเพลงค่อยๆเงียบลงหลังจากที่หน้ากากอีกาดำพยุงร่างของหน้ากากทุเรียนมาที่สงบๆอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างก็ถือขวดหน้าแจกฟรีที่ตนยังไม่ได้ดื่มมาด้วย

“เป็นพวกคออ่อน..?” อีกาดำพึมพำก่อนจะค่อยๆพยุงตัวอีกคนให้นั่งลง และแน่นอน สภาพตอนนี้คือหัวของหัวหน้าห้อง A กำลังพิงไหล่หนาของเขาอยู่

ถ้าเป็นปรกติคงตื่นขึ้นมาโวยวายแน่ๆ..

ไม่รอให้เสียเวลาเปล่า หัวหน้าห้อง B บิดฝาขวดน้ำออก พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อจะปลุกอีกคนให้มาดื่มน้ำ

ถ้าไม่ได้สวมหน้ากากอยู่จะไม่ยุ่งยากขนาดนี้..

“ทุเรียน” อีกาพูดด้วยเสียงเรียบตามสไตล์เขา คนถูกเรียกร้องงืมๆในลำคอ

“ดื่มน้ำก่อน” เขาใช้มือข้างที่ว่างกระคองอีกคนไม่ให้หงายหลัง โดยมือขวาถือขวดน้ำไว้

“ทำไมชอบมา..ทำดีด้วยฮะ..?” เสียงพึมพำดังออกมาจากหน้ากากสีเขียว คนฟังเลิกคิ้วแล้วคิดตาม

“นายเมา”

“..เกลียดจริงๆเลย อาาาา ชอบ..ทำให้ใจเต้นตลอด บ้าที่สุด”

เมาจริงๆเห้ย..
เดี๋ยวนะ..

“หะ?” อีกาดำส่ายหน้าไปมา ประโยคเมื่อกี้คืออะไร!?

“….” และเสียงของหน้ากากทุเรียนก็เงียบไป คนที่นั่งข้างๆก็เงียบด้วยไม่แพ้กัน

อะไรวะเนี่ยความรู้สึกแปลกๆที่อก
แล้วทำไมเราต้องยิ้มดีใจด้วยฟร่ะ?

“ขอโทษที่ทำให้ใจเต้นนะ” เจ้าของเสื้อคลุมขนนกสีดำวางขวดน้ำไว้ข้างๆตัว ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือไปกุมฝ่ามืออีกฝ่ายไว้

“แต่…ฉันก็เป็น”

[OS] Win #อีกากินทุเรียน

17201120_713441788836750_82755753116389488_n

Title : ‘ Win ’
Pairing : Crow x Durian | #อีกากินทุเรียน
Author : NJ H o N ö

Ps. รีฟิคที่เคยลงในเฟสบุ๊คค่ะ


“แล้วผู้ชนะก็คือหน้ากาก! หน้ากาก..! อีกาดำ!!” สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรหนุ่มไฟแรง เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นจนทำให้ผมเองหูอื้อ

..ผมคือหน้ากากอีกาดำอย่างที่ใครๆรู้จัก

พอนึกอะไรไม่ออกผมก็ยกมือสองข้างขึ้นมาขนานกับลำตัว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการยกมือไหว้ขอบคุณคะแนนโหวตจากทุกคนในห้องส่งแทน

พอผมส่งไมค์ให้พิธีกรแล้ว ก็กอดกับหน้ากากคู่แข่งเพื่อเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และหลังจากนั้นผมก็เดินออกไป

..ผมชนะ
และแน่นอนว่าผมเหลือการแข่งเพียงอีกหนึ่งครั้งเท่านั้น…
แต่จะเป็นใครกันล่ะ?

“ยินดีด้วยฮะ” พอผมเดินออกมาจากเวที ก็เจอกับเจ้าของหน้ากากราชาผลไม้แชมป์กรุ๊ป A หนึ่งในตัวเต็งที่หลายๆคนในประเทศชื่นชอบ

“ขอบคุณ” ผมตอบกลับด้วยการดัดน้ำเสียงให้ดูแหบๆ แต่อีกฝ่ายก็ยกแขนสองข้างขึ้นมากอดอกทำท่าไม่พอใจซะงั้น

งงสิครับ..

“รอผมก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะเข้าไปชิงกับคุณ”

พอได้ยินประโยคนี้ก็ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้
..ยังไงก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผมยิ้ม

“ครับๆ” ผมตอบห้วนๆ

…ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายโดนทีมงานตักเตือนบ่อยๆเรื่องที่ชอบมาคุยกับผม.. ถึงบางทีผมจะชวนคุยก็เถอะ แต่เจ้าตัวมักจะกลายเป็นแพะรับบาปตลอด

บอกตามตรงว่ารู้สึกผิดครับ

“ตอบผมสั้นจังงะ คุณโกรธผมที่ผมดึงขนคุณหรอฮะ? แต่จริงๆผมไม่ได้ดึงนะ ผมเก็บมันขึ้นมาต่างหาก!”

อันที่จริงเขาก็รู้ดี ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ดึง..
แต่ไม่รู้สิ มันอดที่จะแกล้งไม่ได้

และแน่นอนว่าขืนตอบสั้นๆแบบนี้ แชมป์กรุ๊ป A คงไม่ยอมจบง่ายๆ

“สู้ๆนะครับ ผมจะรอแข่งกับคุณในรอบสุดท้าย” แน่นอนว่าผมพูดเอาใจอีกฝ่าย

แต่จริงๆผมก็อยากแข่งกับเขาหรือร้องเพลงกับเขาดูสักครั้งนะ..

“และแน่นอนว่าคุณห้ามแพ้คนอื่น.. เพราะคุณแพ้ผมได้แค่คนเดียว”

“ผมไม่แพ้ง่ายๆหรอก” อีกฝ่ายทำเสียงเล็กๆ ซึ่งมันยิ่งเล็กเข้าไปอีกเมื่อผ่านโปรแกรมแปลงเสียง(..)

“ให้มันจริง”

“อย่าดูถูกโผมมมม!”

ผมก็ไม่รู้นะ ว่าใต้หน้ากากสีเขียวในตอนนี้จะทำสีหน้ายังไง แต่ถ้าให้ผมเดา คงจะกำลังเบ้ปาก ไม่ก็กำลังหงุดหงิดอยู่ชัวร์ๆ

แต่จากความรู้สึกผมนะ…
ท่าทางมันดูน่ารักแปลกๆ…

คิดอะไรอยู่วะเรา…

“ครับๆ จะแข่งแล้วไม่ใช่หรอ?”

“เง๊อะ! ช่ายย ขอบคุณที่เตือนนะฮะ! ไว้เจอกันรอบหน้า! คุณอีกาดำ!” ว่าแล้วเสียงใสๆของอีกตนก็หายไปพร้อมกับร่างที่วิ่งไปใยห้องเตรียมตัว

..จะรอนะครับ
อย่าแพ้คนอื่นละ…
ผมคงไม่ยอมแน่ๆ ถ้าคนที่คุณแพ้ไม่ใช่ผม….

….
แต่ก็นะ?
ผมอาจจะมีบางอย่างแพ้คุณไปแล้วก็ได้?

[OS] โผมมมขอ! #อีกากินทุเรียน

17202748_712983245549271_3141738513899999673_n
โผมมมขอ!
Title : ‘ โผมมมขอ! ’
Pairing : Crow x Durian | #อีกากินทุเรียน
Author : NJ H o N ö

Ps. รีฟิคที่เคยลงในเฟสบุ๊คค่ะ


อะไรงะ…

แค่ผมหยิบขนที่หล่นจากคนข้างๆมาถือก็ถูกเข้าใจว่าไปดึงของเขามาซะงั้น!

คุณพิธีกรตาไม่ดีสุดๆ! ใส่ร้ายป้ายสี!

แล้วนั่นอะไร
ล้อกันเข้าไปเถอะ ล้อกันอย่างกับผมไปเผาบ้านใครอ่ะ!

ได้! ล้อนักล้อหนาเดี๋ยวคอยดูเถอะ!
จะเข้ารอบแล้วเด็ดขนให้หมดตัวเลย!
.
.
.

ต่อไปก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องขึ้นเวทีไปร้องเพลงร่วมกับหน้ากากจิงโจ้เพื่อเป็นของขวัญแก่แฟนๆรายการ แต่ยังไงก็เถอะ ผมก็หงุดหงิดอยู่ดีนั่นแหละ!

“ทุเรียนซนอ่ะเรา”

นั่น!
พี่ๆทีมงานยังมาแซวอีก!

โผ้มไม่ได้ซนน๊าาาา!!

“เอาเถอะๆ ไปๆ เตรียมตัวขึ้นเวทีได้แล้วทุเรียนแสนซน” พูดจบทีมงานคนนั้นก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง ถ้าผมเดาไม่ผิดก็คงจะไปเตือนหน้ากากจิงโจ้แน่ๆ

แต่ก็ช่างเหอะ
ผมเกลียดชื่อทุเรียนแสนซน
(…)

“ขอให้โชคดี” ร่างที่ปกคลุมด้วยขนนกสีดำเอ่ยผ่านเครื่องแปลงเสียงพร้อมกับโบกไม้โบกมือมาให้ผม

เพื่อ..?

“ทำไมฮะ อยากให้ผมเข้ารอบไปเจอคุณหรอฮะ” ผมตอบกลับไปโดยที่ไม่ลืมเปิดอุปกรณ์แปลงเสียง มือที่ยกขึ้นโบกไปมาของอีกฝ่ายลดลงทันที

“ไม่รู้สิ…ผมว่าคุณน่าจะเป็นคู่แข่งที่เหมาะสมกับผม”

หงุด
หงิด
ว้อย!

“แน่นอน ผมเก่ง”

เหมือนได้ยินเสียงหลุดขำมาจากใต้จงอยสีดำ…

“ครับๆ เก่งครับ” เขายกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาปรบสองสามครั้ง

“งั้น..”

“ถ้าผมชนะจิงโจ้แล้วได้เข้ารอบไปเจอกับคุณ”

“ผมขอขนคุณไปบูชานะฮะ”

กวนซะเลย
หมั่นไส้
กวน!

“หะ?”

งงเด้!
..เอ๊ะไม่ใช่คำพูดผมหรอ

“ผมล้อเล่นฮะ” โอเค ผมสบายใจขึ้นเยอะ พอได้เห็นท่าทางมึนงงปนตกใจของทางนั้น

“ได้”

“หะ?” กลายเป็นว่าตอนนี้ผมชักจะงงแทน
..ได้อะไรงะ

“ถ้าคุณอยากได้ขนผมจริงๆก็ชนะผมให้ได้สิ ผมให้ทั้งชุดเลยเอ้า!”

“โผมล้อเล่นนนนน” อะไรล่ะเนี่ย มาไม้ไหนเนี่ย!!!

“หน้ากากอีกาดำ หน้ากากทุเรียนยืนคุยอะไรกันคะ กติกาของรายการไม่ให้คุยกันนะคะ”
…ขอบคุณทีมงานที่เข้ามาจบบทสนาอันน่าปวดหัวเช่นนี้
ถึงจะโดนบ่นก็เถอะ(..)

“ขอโทษฮะ/ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คราวหน้าก็อย่าทำอีกก็แล้วกันนะคะ ..หน้ากากทุเรียนเตรียมขึ้นเวลาอัดเทปต่อไปได้แล้วค่ะ”

“โอเคฮะ” ผมพยักหน้าแล้วมองทีมงานสาวคนนั้นที่เดินออกไปทางเวที ก่อนที่ผมเองจะเดินตามไป แต่ก็นะ!

“รอก่อนเถอะ ผมจะทำให้คุณไม่มีชุดใส่กลับบ้านเลยคอยดู!” ว่าแล้วก็ยกนิ้วขึ้นมาทำท่าปาดคอขู่ให้อีกฝ่ายกลัว
.
.
.
ทิ้งหน้ากากอีกาดำให้ยืนยิ้มกับความซุกซนของหน้ากากผลไม้แชมป์กรุ๊ป A…